วันอาทิตย์ที่ 14 เมษายน พ.ศ. 2562

จับยามสามตาปี’62 เกษตรกร 4.0 สู้แล้ง

Be the first to comment!
จับยามสามตา “เกษตรกรไทย” ปี 2562 ขาขึ้น? หรือขาลง?...โดยเฉพาะเรื่องของสภาพดินฟ้าอากาศจะหนุนนำ ส่งผลเอื้อให้การทำเกษตรสำเร็จลุล่วง ได้ผลผลิตลืมตาอ้าปากได้มากน้อยแค่ไหนอย่างไร

จริยา สุทธิไชยา เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) บอกว่า วิกฤติภัยแล้งขณะนี้อยู่ในเรื่องของปรากฏการณ์เอลนีโญ ช่วงไตรมาสแรก...มกราคม กุมภาพันธ์ มีนาคม ปีนี้ยังมีสถานะเป็นกำลังอ่อน
ก็คือ...อุณหภูมิของผิวน้ำมหาสมุทรแปซิฟิกเขตศูนย์สูตรมีค่าสูงกว่าปกติอยู่ที่ประมาณ 0.5-1 องศาเซลเซียส เป็นฤดูร้อนประเทศไทยที่อากาศแห้งแล้งก็อาจจะมีปริมาณน้ำน้อย ทำให้ฝนตกน้อย ซึ่งมีการประกาศฤดูร้อนอย่างเป็นทางการจากกรมอุตุนิยมวิทยาตั้งแต่ 21 กุมภาพันธ์ คาดว่าถึงกลางเดือนพฤษภาคม
โดยรวมแล้วในช่วงเวลานี้อยู่ในภาวะความแห้งแล้ง เพราะเป็นฤดูร้อน...มีปรากฏการณ์เอลนีโญในระดับอ่อน สิ่งที่ต้องติดตามก็คือในช่วงไตรมาสต่อไป...เดือนเมษายน พฤษภาคม มิถุนายน ที่จะเข้าใกล้ฤดูฝน
ส่วนประเด็นที่บอกว่า...ปีนี้เป็นวิกฤติภัยแล้ง! หนักในรอบ 30 ปี เอาเป็นว่าในช่วง 15 ปีนับตั้งแต่ปี 2548 ถือว่า...ยังไม่รุนแรงที่สุดในรอบ 15 ปี ที่รุนแรงคือปี 2558 ในปีนั้นวิกฤติภัยแล้งรุนแรงหนักมาก
ดูจากปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำ ปริมาณน้ำฝนเทียบค่าปกติ แล้วก็ช่วงฝนทิ้งช่วง ที่สำคัญคือเรื่องของความเสียหายที่เกิดจากความแห้งแล้งที่กระทบต่อการเพาะปลูกของเกษตรกร ถึงขั้นประกาศงดทำนาปรัง
แล้ว...ผลผลิตข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ปาล์มน้ำมัน ยางพาราก็มีผลผลิตต่อไร่ค่อนข้างต่ำมาก
“ปีนี้เราผ่านไตรมาสแรกมาแล้ว ก็อาจมีความเสียหายบางส่วน แต่ไม่ใช่ภัยแล้งที่รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเกิด แต่ต้องติดตามปรากฏการณ์การเกิดเอลนีโญในไตรมาสที่สอง...สาม ที่เป็นฤดูการเพาะปลูกต่อไป แล้วจะเห็นเรื่องปริมาณฝน ปริมาณน้ำในเขื่อน น้ำท่า...แหล่งน้ำธรรมชาติว่าเป็นยังไง”
เมื่อช่วงปลายเดือนมีนาคมที่ผ่านมา สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยตัวเลขภาวะเศรษฐกิจการเกษตรไตรมาส 1 ปี 2562 ขยายตัวเพียงร้อยละ 0.5 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2561 ถือว่าขยายตัวในระดับต่ำหรือค่อนข้างทรงตัว เป็นผลมาจากอัตราการขยายตัวของสาขาพืชที่ชะลอลงเป็นหลัก
การผลิต “พืชเศรษฐกิจ” หลายชนิดมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทั้งข้าวนาปี ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน และลำไย ยกเว้นอ้อยโรงงาน ซึ่งมีมูลค่าการผลิตสูงสุดในสาขาพืชในไตรมาสแรก กลับมีผลผลิตลดลงค่อนข้างมาก เนื่องจากสภาพอากาศที่แห้งแล้ง ทำให้การแตกกอ...เจริญเติบโตต้นอ้อยไม่สมบูรณ์
อีกตัวอย่าง สาขาพืช ขยายตัวเพียงร้อยละ 0.1 “ข้าวนาปี”...มีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาข้าวในปีที่ผ่านมาอยู่ในเกณฑ์ดี โดยเฉพาะราคาข้าวหอมมะลิที่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ทำให้เกษตรกรขยายเนื้อที่เพาะปลูกในนาที่เคยปล่อยว่าง “ข้าวนาปรัง”...มีผลผลิตเพิ่มขึ้นเนื่องจากเกษตรกรมีการจัดการดูแลที่เหมาะสม มีน้ำเพียงพอ
ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์มีผลผลิตเพิ่มขึ้น เนื่องจากราคาอยู่ในเกณฑ์ดีมีความต้องการต่อเนื่อง ประกอบภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกข้าวโพดเลี้ยงสัตว์หลังฤดูทำนา ทำให้เกษตรกรขยายพื้นที่เพาะปลูก ฯลฯ
ด้านการผลิต “สินค้าปศุสัตว์” โดยรวมเพิ่มขึ้น ขยายรองรับความต้องการของตลาด รวมทั้งมีการจัดการฟาร์มที่ได้คุณภาพมาตรฐาน ส่วนการผลิต “สินค้าประมง” ผลผลิตกุ้งทะเลเพาะเลี้ยงเริ่มปรับตัวดีขึ้น การทำประมงทะเลและการเลี้ยงสัตว์น้ำจืดมีทิศทางเพิ่มขึ้น
จริยา ย้ำว่า ปีนี้คาดว่าจีดีพีเกษตรจะอยู่ที่อัตราขยายตัวเป็นบวก 2.5-3.5 ต่อปี ขณะที่ปี 2558 เจอวิกฤติภัยแล้งหดตัว...ติดลบ ต่ำกว่าศูนย์ จากการวิเคราะห์ข้อมูลไตรมาสสองสำหรับพื้นที่ต้องเฝ้าระวังปีนี้คือจังหวัดร้อยเอ็ดกับศรีสะเกษ พื้นที่ราวๆ 2.9 แสนไร่ต้องเตรียมรับมือแหล่งน้ำให้เพียงพอต่อการเพาะปลูก
เงื่อนปัญหาในวันวานทำให้เกิดกลไกแก้ปัญหาน้ำในระดับชาติ ในวันนี้มีหน่วยงานบริหารจัดการน้ำกำกับดูแลชัดเจน ที่สำคัญยังมีเรื่องของจำนวนแหล่งน้ำที่เพิ่มขึ้น ทั้งการสร้างแหล่งน้ำระดับลุ่มน้ำ พื้นที่จังหวัด ชุมชน สาธารณะ กระทั่งสระน้ำในไร่นามากขึ้น พร้อมระบบส่งกระจายน้ำ จะช่วยให้บรรเทาภาวะภัยแล้งได้เป็นอย่างดี
หากจะถามว่า “เกษตรกรยุค 4.0” สัญญาณดีไม่ดี? จริยา มองว่า เกษตรกรไทย 4.0 เป็นเรื่องของการเตรียมพร้อมรับมือและเปลี่ยนแปลงวิถีการเกษตรให้ทันโลกสมัยใหม่ ผลิตของที่มีคุณภาพ สร้างมูลค่าเพิ่ม ลดต้นทุนการผลิต แล้วรู้ว่าตลาดอยู่ไหน รู้ว่ากลุ่มไหน...อายุช่วงไหน...วัยไหน...ผู้มีกำลังซื้ออยู่ที่ไหน
ตอกย้ำประเด็น “การตลาดนำการผลิต” หลักการสำคัญเพื่อให้ผลผลิตไม่ขาดและไม่เกินในตลาด ถ้าเราไม่รู้ตลาดผลิตโดยไม่รู้ก็อาจมีผลผลิตขาด ราคาก็จะสูง ผู้บริโภคก็จะเดือดร้อนต้องซื้อในราคาแพง หรือเกิดการขาดแคลน...คนที่มีกำลังซื้อต่ำจะเดือดร้อน ไม่อย่างนั้นเราก็อาจจะผลิตเกินก็ได้กลายเป็นโอเว่อร์ซัพพลาย
“...ของมีเยอะราคาก็จะต่ำ ขาดทุน เกษตรกรเดือดร้อน ไม่จูงใจให้อยากผลิต แล้วก็เกิดอาหารขาดแคลนในระยะต่อไป ตลาดนำผลิตคือรู้ตลาดอยู่ไหนใครคือผู้บริโภค พฤติกรรม ความต้องการเป็นอย่างไร
เมื่อรู้แล้วก็วางแผนการผลิตให้สมดุล ใกล้เคียง...ไม่ขาด ไม่เหลือมาก ด้วยสินค้าการเกษตรมีข้อจำกัด ผลิตแล้วเก็บเข้าโกดังไม่ได้ ต้องวางแผนเตรียมการผลิตตามพื้นที่ที่เหมาะสม”
“เทคโนโลยี” จะเป็นเครื่องมือสำคัญที่จะมาจัดการไร่นา ใช้เทคโนโลยีเป็น รวมกลุ่มกันแบ่งปันความรู้ใหม่ๆ ทำงานเชิงรุก แปลงใหญ่...แลกเปลี่ยนกัน เรามีสมาร์ทฟาร์มเมอร์ 1.1 ล้านราย ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ 10,400 ราย... ทำแปลงใหญ่เกษตร GAP เกษตรอินทรีย์ ทำเรื่องสมุนไพรอาหาร...สินค้าที่ผลิตน้อยได้ (มูลค่า) มาก
สัญญาณดีเหล่านี้สะท้อนไปในทิศทางบวก “เกษตรกรไทย 4.0” จะเห็นว่าคนเหล่านี้ไม่ใช่ลูกหลานเกษตรกรทั้งหมด หากแต่บางคนเป็นคนทำงานอิสระ เป็นนักธุรกิจ วิศวกร นักบัญชี หมอ พยาบาล นักสื่อโฆษณา เรียกว่า...มีอาชีพอื่นๆแล้วอยากทำเกษตรสมัยใหม่ อยากเรียกว่า “เกษตรนวัตกร”
“มีความรู้มากกว่าเกษตร แล้วสนใจเกษตร มาทำเกษตร ใช้สหวิชาชีพของเขามาช่วยพัฒนาภาคเกษตร ก็จะมีเรื่องการจัดการผลิต ตลาด สิ่งแวดล้อม การสร้างแบรนด์ แปรรูปสร้างมูลค่าเพิ่ม อาจจะเริ่มจากกลุ่มเล็กๆด้วยตัวเขาเองแล้วก็ขยายเครือข่ายเป็นกลุ่มสถาบัน...เติบโตด้วยความเร็วมากกว่าขนาดต่อไปได้”
การเกษตรยุค 4.0 เกษตรกรคนรุ่นใหม่เหล่านี้อาจจะไม่ได้ทำในพื้นที่มากๆ 50 ไร่...100 ไร่ แต่ทำในแนวตั้ง ใช้พื้นที่ไม่เยอะ แต่สร้างมูลค่าเพิ่มได้มาก คาดว่าเกษตรกรเหล่านี้ต่อไปจะเป็นผู้นำ แกนนำพาเกษตรกรกลุ่มอื่นๆเดินตามไป ยิ่งเมื่อบวกกับปราชญ์เกษตร ส่วนใหญ่อายุ 50 ปีขึ้นไปมีประสบการณ์มาก มีอยู่ราวๆ 2.3 แสนราย...
“ปราชญ์เกษตร” จะทำการเกษตรแบบมีความสุข ตามภูมิคุ้มกันแบบเศรษฐกิจพอเพียง ทำเกษตรกรรมยั่งยืน ลดความเสี่ยงของรายได้ แต่ตามทันความเปลี่ยนแปลงของบริบทโลกคือไม่ล้าสมัย
จริยา บอกว่า ทั้งกลุ่มสมาร์ทฟาร์มเมอร์ ยังสมาร์ทฟาร์มเมอร์ และปราชญ์เกษตร รวมกันก็เกือบๆ 1.5 ล้านราย (ครัวเรือน) เกือบ 20 เปอร์เซ็นต์ครัวเรือนเกษตร ถ้ามีอยู่ 7.63 ล้านครัวเรือน...มีอานุภาพพอที่จะแตกกระจายในกลุ่มเกษตรกรอื่นๆ จะเป็นกลุ่มที่มีภูมิคุ้มกันเข้มแข็งมีความรู้สมัยใหม่ พัฒนาวิถีการเกษตรในยุค 4.0 ได้
“อาจจะต้องมีการส่งเสริม สนับสนุนให้พวกเขาทำวิจัยพัฒนา ต่อยอด เป็นหน้าที่ของภาครัฐจะต้องส่งเสริมสนับสนุนให้เกษตรกรกลุ่มนี้เป็นผู้นำหัวขบวนนำเกษตรกรกลุ่มอื่นๆให้ทำงานร่วมกันผ่านแหล่งทุนด้านวิจัยต่างๆ แลกเปลี่ยนกันในเวทีต่างๆ เพื่อพัฒนาเพิ่มมูลค่าผลิตภัณฑ์ สินค้าเกษตรให้มากยิ่งขึ้น”
“เกษตรกรไทย 4.0” คือความหวังใหม่อนาคตเกษตรไทย...ห่างไกลวิถียิ่งทำจะยิ่งจน สวนทางยิ่งนานวันยิ่งสาละวันเตี้ยลง.

ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์
read more...

"เอลนีโญ" ปีนี้มาเร็ว-ฤดูร้อนยาวนาน หวั่นแล้งหนักทุกภูมิภาค

Be the first to comment!
กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม เปิดเวทีเสวนา รับมือภัยแล้ง ระดมผู้เชี่ยวชาญร่วมแลกเปลี่ยนข้อมูล ชี้ปีนี้เสี่ยงหนักทั่วทุกภูมิภาค กรมอุตุฯ จับตา "เอลนีโญ-ลานีญา" คาดฤดูร้อนปีนี้ยาวนาน...


รศ.ดร.ชนาธิป ผาริโน ผู้อำนวยการฝ่ายสวัสดิภาพสาธารณะ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่า ประเทศไทยตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ซึ่งมีความเปราะบางต่อปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นอย่างมาก โดยปี 2559 ประเทศไทยถูกจัดให้อยู่ในอันดับ 9 ของประเทศที่มีความเสี่ยงสูงสุดในโลกที่จะได้รับผลกระทบจากปัญหาดังกล่าว โดยเฉพาะจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่ทำให้เกิดวิกฤติภัยแล้งรุนแรงที่สุดในรอบ 20 ปี มีพื้นที่ถูกประกาศให้เป็นเขตผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน (ภัยแล้ง) ถึง 29 จังหวัด และมี 51 จังหวัดขาดแคลนน้ำอุปโภคบริโภค พื้นที่การเกษตรเสียหาย 2.87 ล้านไร่ คิดเป็นมูลค่ารวมกว่า 15,514.65 ล้านบาท ขณะที่ในปี 2562 นี้ ยังมีรายงานจากหลายหน่วยงานว่า ปรากฏการณ์เอลนีโญจะมาเร็วกว่าทุกปี และคาดว่าปริมาณฝนตกจะน้อยกว่าค่าเฉลี่ยปกติ จึงทำให้ปีนี้ประเทศไทยมีความเสี่ยงต่อการเกิดภัยแล้งทุกภูมิภาค

นายรัชฎา สุริยกุล ณ อยุธยา อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า จากแนวโน้มสถานการณ์ความเสี่ยงด้านพิบัติภัยต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในปีนี้ จึงร่วมกับสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) โดยศูนย์ประสานงานและพัฒนางานวิจัยด้านโลกร้อนและการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ (THAI GLOB) จัดเวทีเสวนา "Global Warming Forum : เตรียมรับความเสี่ยงภัยแล้ง 2562" ขึ้น เพื่อเป็นเวทีเผยแพร่ข้อมูลวิชาการและสื่อสารทำความเข้าใจเกี่ยวกับสถานการณ์ภัยแล้งที่ประเทศไทยอาจจะต้องเผชิญในปีนี้ รวมถึงเป็นการสร้างเครือข่ายความร่วมมือกับภาคส่วนต่างๆ ในการเตรียมพร้อมสำหรับการรับมือเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้อย่างเหมาะสมและมีประสิทธิภาพ
"เวทีครั้งนี้ถือเป็นโอกาสและการเริ่มต้นที่ดีในการมองภาพรวมสถานการณ์จากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศอันก่อให้เกิดปัญหาภัยแล้งตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันร่วมกัน เพื่อยกระดับข้อมูลให้สอดรับกับสภาวะภัยแล้ง ให้สามารถเรียนรู้ วิเคราะห์ และเป็นประเด็นท้าทายที่นำผลลัพธ์ที่ได้ไปกำหนดทิศทางเตรียมรับมือกับสถานการณ์ที่มีแนวโน้มเกิดขึ้นในอนาคตได้ต่อไป" อธิบดีกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม กล่าว




ด้าน ดร.ชลัมภ์ อุ่นอารีย์ นักวิจัยจากศูนย์ภูมิอากาศ กองพัฒนาอุตุนิยมวิทยา กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า ปริมาณฝนตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมา ถือว่าแนวโน้มมีค่าน้อยกว่าค่าปกติ โดยมีปัจจัยที่เกี่ยวข้อง 2 ปัจจัย คือ 1.ลมมรสุม ซึ่งปกติจะต้องพัดเอาความชื้นจากมหาสมุทรแปซิฟิกมาสู่ตอนเหนือของประเทศไทย แต่ทิศทางเวลานี้กลับพัดเอาความแห้งแล้งเข้ามา และ 2.อิทธิพลของปรากฏการณ์เอลนีโญและลานีญา
"ปกติต้องมีความรุนแรงสูงสุดตั้งแต่เดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมาจนถึงเดือนมกราคม แล้วค่อยๆ อ่อนกำลัง แต่ปีนี้กลับอยู่ในสภาพทรงตัว ซึ่งยังไม่มีใครให้คำตอบได้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น และยังชี้ชัดไม่ได้เช่นกันว่านี่เป็นสาเหตุทำให้ลมมรสุมไม่พัดเอาความชื้นเข้ามาด้วยหรือไม่ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปนานๆ ก็อาจทำให้เกิดความแห้งแล้งสะสมขึ้นมาได้ ดังนั้นจึงต้องติดตามจับตาและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างใกล้ชิด" ดร.ชลัมภ์ กล่าว
นอกจากนี้สถานการณ์ที่เกิดขึ้น อาจมีความเป็นไปได้ที่จะทำให้ฤดูร้อนในปีนี้ยาวนานกว่าปกติที่โดยทั่วไปตั้งแต่ช่วงกลางเดือนพฤษภาคมเป็นต้นไป จะมีฝนเข้ามา แต่ปีนี้น่าจะมาช้ากว่าเล็กน้อย เนื่องจากทิศทางของลมยังเป็นมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งหากยังยืดเยื้อต่อไปย่อมส่งผลกระทบต่อฤดูฝน อย่างไรก็ตามจะต้องติดตามสถานการณ์ดูอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ทุกหน่วยงานสามารถวางแผนการบริหารจัดการสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องต่อไป.
ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์
read more...

วันพุธที่ 22 สิงหาคม พ.ศ. 2561

"ฝนหลวงฯ !!ประสาน 2 หน่วยปฏิบัติการช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรเขตอำเภอเนินขาม จังหวัดชัยนาท!!

Be the first to comment!

กรมฝนหลวงและการบินเกษตร ช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร อ.เนินขาม จ.ชัยนาท เนื่องจากปริมาณน้ำฝนเดือนกรกฎาคม ในพื้นที่มีปริมาณน้ำฝนสะสมลงแหล่งกักเก็บน้ำน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร หลังปฏิบัติการอย่างต่อเนื่องทำให้มีปริมาณน้ำฝนตกเพิ่มขึ้น


วันที่ 22 สิงหาคม 2561 เวลา 14.30 น. นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เปิดเผยว่า เนื่องจากสถานการณ์ปริมาณน้ำฝนในช่วงเดือนกรกฎาคม ของพื้นที่ภาคกลาง อยู่ในภาวะฝนทิ้งช่วงทำให้มีปริมาณน้ำฝนสะสมลงแหล่งกักเก็บน้ำน้อยไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร ประกอบกับมีการร้องขอฝนของเกษตรกรในพื้นที่ จ.นครสวรรค์ จ.อุทัยธานี จ.ชัยนาท และจ.สุพรรณบุรี




จึงได้สั่งการให้หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดลพบุรี และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดกาญจนบุรี ขึ้นปฏิบัติภารกิจ มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรในพื้นที่ดังกล่าว โดยได้ขึ้นบินปฏิบัติการตั้งแต่วันที่ 1 – 21 สิงหาคม หน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดลพบุรี ขึ้นบินปฏิบัติการ จำนวน 17 วัน 67 เที่ยวบิน (120:00 ชั่วโมงบิน)ใช้สารฝนหลวง 78.3 ตัน และหน่วยปฏิบัติการฝนหลวงจังหวัดกาญจนบุรี ขึ้นบินปฏิบัติการ จำนวน 15 วัน 51 เที่ยวบิน (74:50 ชั่วโมงบิน) ใช้สารฝนหลวง 50.625 ตัน ซึ่งจากการตรวจสอบข้อมูลจากเกษตรกรในพื้นที่พบว่า    มีฝนตกใน อ.เนินขาม ทั้งอำเภอ โดยปริมาณฝนตกเมื่อวาน เกษตรกรใน ต.สุขเนินขาม ที่ขอรับบริการฝนหลวงแจ้งมาว่าวัดปริมาณน้ำฝนได้ 43 ม.ม. ซึ่งสอดคล้องกับการรายงานของหน่วยเรดาร์อินทร์บุรี พบว่ามีฝนตกเกือบทั้งอำเภอเนินขาม ประมาณ 70%  ของพื้นที่ ส่งผลให้พื้นที่อ.เนินขาม ซึ่งมีทั้งหมด 168,750 ไร่ เป็นพื้นที่การเกษตรประมาณ  132,000 ไร่ โดยส่วนใหญ่ ปลูกอ้อย ประมาณ 80,000 ไร่ ข้าว 20,000 ไร่ ที่เหลือจะเป็นมันสำปะหลังและพืชอื่นๆ ได้รับน้ำจนสามารถรอดพ้นจากวิกฤตในระยะนี้ไปได้ โดยตลอดเวลาการปฏิบัติภารกิจ บางครั้งประสบกับปัญหาและอุปสรรคทางด้านสภาพอากาศที่ลมชั้นบนมีกำลังแรงทำให้ฝนที่ตกในพื้นที่บางครั้ง มีปริมาณเล็กน้อย ทั้งนี้ อ.เนินขาม ยังคงต้องการน้ำอย่างต่อเนื่องในการทำการเกษตร เนื่องจากปริมาณน้ำสะสมลงแหล่งกักเก็บน้ำยังไม่เพียงพอต่อความต้องการของเกษตรกร








อย่างไรก็ตาม กรมฝนหลวงและการบินเกษตร จะเร่งปฏิบัติการฝนหลวงเพื่อช่วยเหลือพื้นที่การเกษตรตามที่ได้รับการร้องขออย่างทั่วถึงทุกพื้นที่ทันทีที่สภาพอากาศเอื้ออำนวย ทั้งนี้ประชาชนและเกษตรกรสามารถแจ้งขอรับบริการฝนหลวงได้ที่ สามารถแจ้งขอรับการบริการฝนหลวงได้ที่ตัวแทนอาสาสมัครฝนหลวงในแต่ละพื้นที่ หรือแจ้งกับเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย/ศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงทั้ง 5 ภูมิภาค และสามารถติดตามข่าวสารได้ทางwww.royalrain.go.th เพจ Facebook กรมฝนหลวงและการบินเกษตร และการรายงานข่าวการปฏิบัติการฝนหลวงประจำวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย!!
read more...

วันจันทร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2561

ต้อนรับ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ในโอกาสตรวจราชการจังหวัดชุมพร

Be the first to comment!
 วันจันทร์ที่ ๒๐ สิงหาคม พ. ศ. ๒๕๖๑ เวลา ๑๐.๓๐ น. นายปนิธิ เสมอวงษ์ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร ได้รับมอบหมายจาก นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร เข้าร่วมต้อนรับ นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และคณะ ในโอกาสตรวจราชการจังหวัดชุมพร ประชุมรับฟังชี้แจงการจัดที่ดินชุมชนตามนโยบายรัฐบาล โดยคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ (คทช.) พื้นที่แปลงหมายเลข No ๘๓ มีเนื้อที่ ๖๒๘๑-๒-๑๒ ไร่ เพื่อจัดสรรเป็นที่ดินทำกินให้กับเกษตรกร พร้อมรับฟังบรรยายสรุป และตรวจติดตามการดำเนินงานการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนฯ หลังจากนั้นกล่าวพบปะผู้แทนเกษตรกร และประชาชนที่มาคอยต้อนรับ โดยมีนายถวิล มั่งนุ้ย ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาที่ดินเขต ๑๑ ข้าราชการ และเจ้าหน้าที่ในสังกัดร่วมต้อนรับ ณ พื้นที่เขตปฏิรูปที่ดิน แปลงหมายเลข No ๘๓ หมู่ที่ ๕ ตำบลหงษ์เจริญ อำเภอท่าแซะ จังหวัดชุมพร



ต่อมาในช่วงบ่าย นายปนิธิ เสมอวงษ์ รองอธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร พร้อมด้วย นายวีระพล สุดชาฎา ผู้อำนวยการศูนย์ปฏิบัติการฝนหลวงภาคใต้ ได้เดินทางเข้าร่วมต้อนรับ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) พร้อมคณะ ซึ่งเดินทางไปยังโครงการพัฒนาพื้นที่หนองใหญ่ตามพระราชดำริ ต.บางลึก อ.เมืองชุมพร จ.ชุมพร โดยเป็นประธานสักขีพยานในพิธีมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์หรืออยู่อาศัยพื้นที่เป้าหมายการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ และพิธีมอบหนังสือแสดงโครงการป่าชุมชน ให้ชุมชนในพื้นที่ภาคใต้ 



พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวอีกว่า เดินทางมา จ.ระนอง และชุมพร ระหว่างทางมีแต่เสาไฟฟ้า แต่ไม่มีไฟ บางจุดเถาวัลย์ขึ้นตกเป็นท้องช้าง การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ทำอะไร ทำไมไม่แก้ไข ขอให้ระวังตัว อย่าให้ไฟมันติดๆดับๆบ่อยนัก ชาวบ้านขอให้นายกฯ มาบ่อยๆไฟจะได้ไม่ดับ สงสัยนายกฯ ต้องมานอนที่นี่เลยใช่ไหม รัฐบาลนี้เอาภาษีและงบประมาณมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนเรื่องการทุจริตเป็นอีกเรื่องหนึ่ง เห็นในสื่อโซเชียลเขียนทั้งเรื่องจริงและไม่จริง พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ขอสรุปวันนี้ไม่ได้มาเรื่องการเมือง แต่มาเรื่องการบ้าน มาตรวจการบ้าน ขอให้วันพรุ่งนี้เขียนอนาคตมาให้ตนดูว่าจะทำอย่างไรกันต่อไป เพื่อที่รัฐบาลจะวางแผนแม่บทก่อนจะมีรัฐบาลใหม่มาแก้ปัญหา ซึ่งตัดสินใจให้ดี จะเลือกใครก็เป็นเรื่องของท่าน และเวลาตนลงพื้นที่ไม่ต้องเกณฑ์ใครมารับ ใครไม่มาก็อย่ามา แต่ตนรู้ว่าอยากมากัน ตนเป็นคนที่พูดสนุกสนาน ดูไม่เป็นทางการ เพราะไม่ใช่นายกฯ เรียบร้อย แต่ทำงานจริง



+++จากนั้นนายกฯ และคณะ เยี่ยมชมนิทรรศการ “ด้วยพระเมตตาบารมี ชุมพรวันนี้สุขร่มเย็น” ซึ่งมีการนำสินค้าจากสหกรณ์ผู้ปลูกกาแฟจังหวัดชุมพร และเครือข่ายธุรกิจในจังหวัดชุมพร อาทิ ผลิตภัณฑ์จากยางพารา ผลผลิตและผลิตภัณฑ์แปรรูปเกษตรแปลงใหญ่จังหวัดชุมพร กลุ่มวิสาหกิจชุมชนกลุ่มหม่อนไหมบ้านป่ากล้วย แปลงใหญ่โคนมชุมพร รวมทั้งโครงการแก้มลิงหนองใหญ่ และสะพานไม้เคี่ยม เสร็จแล้วได้เดินทางไปสักการะอนุสรณ์สถานกรมหลวงชุมพรเขตอุดมศักดิ์ ต.หาดทรายรี

read more...

วันพฤหัสบดีที่ 22 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2561

ตกหนักในรอบ 30 ปี พายุลูกเห็บถล่มลาว ตะลึงขนาดใหญ่เกือบเท่าไข่ไก่

Be the first to comment!
เมื่อวันที่ 21 ก.พ. Tholakhong สื่อข่าวสารและสังคมออนไลน์ประเทศลาว รายงานว่าเมื่อช่วงบ่ายวันที่ 21 ก.พ.นี้ เกิดฝนตกฟ้าคะนองรุนแรงหลายแห่งในประเทศลาว โดยเฉพาะที่แขวงเชียงขวาง ทางตอนเหนือของประเทศ และแขวงเวียงจันทน์ นอกจากพายุฝนรุนแรงแล้ว ยังมี “หมากเห็บ” หรือ “ลูกเห็บ” ตกอีกด้วย บางลูกมีขนาดใหญ่เกือบเท่าไข่ไก่เลยทีเดียว
โดยมีประชาชนถ่ายภาพลูกเห็บ และคลิปวิดีโอ แล้วนำมาโพสต์เผยแพร่ ถึงกับระบุว่าเป็นพายุลูกเห็บที่ค่อนข้างรุนแรง ไม่เคยเห็นมาก่อนในรอบ 30 ปี
ขอบคุณภาพจาก Tholakhong / Phouthone Xaiyavong

read more...

วันอาทิตย์ที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ. 2560

หย่อมความกดอากาศต่ำทางอันดามันทวีกำลังแรงเป็นพายุไซโคลน ทำให้ฝนตกต่อเนื่องภาคใต้ กลาง ตะวันออก อิสาน เหนือตอนล่าง

Be the first to comment!
read more...

วันจันทร์ที่ 9 มกราคม พ.ศ. 2560

ไทยตอนบนหนาวต่อ ส่วนใต้ยังอ่วมมีฝนตกต่อเนื่องจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณอันดามัน

Be the first to comment!
อากาศเย็นจากประเทศจีนระลอกใหม่แผ่เข้ามาปกคลุมประเทศไทยตอนบน ทำให้ประเทศไทยตอนบนโดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนยังคงมีอากาศหนาวเย็น ต่อเนื่องไปอีกสักระยะ  กับมีหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณทะเลอันดามันตอนกลาง ทำให้ภาคกลาง และตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่างมีฝนเล็กน้อยในบางพื้นที่ และภาคใต้ตอนบนมีฝนตกหนัก ในจังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์

สถานการณ์น้ำท่วมภาคใต้ตอนบน
อ.บางสะพาน-บางสะพานน้อย จ.ประจวบคีรีขันธ์ ที่เพิ่งประสบอุทกภัยไปเมื่อเดือน ธ.ค. 59 ที่ผ่านมาเจอน้ำท่วมอีกรอบ หลังฝนตกติดต่อนาน 4 วัน มวลน้ำทะลักจากภูเขาตะนาวศรีเข้าสู่ตัวอำเภอ 

ปริมาณน้ำฝนที่ไหลลงมาจากเทือกเขาตะนาวศรียังเข้าท่วมพื้นที่ตำบลทองมงคล ตำบลร่อนทอง ตำบลกำเนิดนพคุณ เขตเทศบาลตำบลกำเนิดนพคุณ ขณะนี้บรรดาร้านค้า บ้านเรือนประชาชนที่อยู่ในจุดเสี่ยง แม่ค้าพ่อค้าในตลาดเทศบาลตำบลกำเนิดนพคุณ ได้ขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงเพื่อป้องกันความเสียหาย โรงเรียนอนุบาลบางสะพาน ถูกน้ำท่วม ต้องปิดการเรียนการสอน
พื้นที่สำรวจความเสีย พบถนนภายในหมู่บ้านเสียหาย 16 สาย สะพานชำรุด 7 แห่ง พื้นที่การเกษตรได้รับความเสียหายกว่า 500 ไร่ บ้านเรือนประชาชนถูกน้ำท่วมขัง กว่า 250 ครัวเรือน ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต



        ภาพจากไทยรัฐ: http://www.thairath.co.th/content/831578








read more...

วันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

ฝนสั่งลาถล่มกรุงและทั่วทุกภาคของประเทศไทย 8-10 พ.ย. 2559 นี้

Be the first to comment!
จากการพยากรณ์จากกรมอุตุนิยมวิทยา ในช่วงวันที่ 8 - 10 พ.ย. บริเวณความกดอากาศสูงกำลังค่อนข้างแรงอีกระลอกจากประเทศจีนแผ่เสริมลงมาปกคลุมภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคเหนือ และภาคกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนฟ้าคะนอง หลังจากนั้นอุณหภูมิจะลดลงกับมีอากาศเย็นในตอนเช้า สำหรับมรสุมตะวันออกเฉียงเหนือที่พัดปกคลุมอ่าวไทยและภาคใต้จะมีกำลังแรงขึ้น
                        ภาพแผนที่อากาศ จากกรมอุตุนิยมวิทยา ประเทศไทย

ส่งผลทำให้มีฝนตกกระจายเกือบทั่วทุกภาคของประเทศ ตั้งแต่ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ โดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร ที่เริ่มได้รับผลกรทบ จากปริมาณฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้การจราจรติดขัดในเช้าวันที่ 8 พ.ย. 2559 และน่าจะเป็นฝนสั่งลาครั้งสุดท้าย ก่อนที่จะเข้าสู่อากาศหนาวเย็นต่อไป
           ขอบคุณภาพจาก  nationtv.tv
read more...

วันเสาร์ที่ 17 กันยายน พ.ศ. 2559

ฝนตกหนักต่อเนื่อง เหนือ กลาง อิสาน จากแนวปะทะอากาศ

Be the first to comment!
มวลอากาศเย็นกำลังปานกลางจากประเทศจีน ระลอกแรกของปีปะทะเข้ามาทางภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ส่งผลทำให้เกิดแนวปะทะอากาศ ทำให้ร่องมรสุมเลื่อนลงมาพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุม ตะวันตกเฉียงใต้กำลังค่อนข้างแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย  ทำให้มีฝนตกปานกลาง-หนักในหลายจังหวัดของ ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคกลาง
ภาพจาก : กรมอุตุนิยมวิทยา ประเทศไทย


read more...

วันอังคารที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2559

ดีเปรสชั่น“ราอี” (Rai) อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงถล่มภาคเหนือ กลาง ต่อเนื่อง

Be the first to comment!
ข้อมูลภาพ: จากกรมอุตุนิยมวิทยา
พายุดีเปรสชั่น“ราอี” (Rai) ที่เคลื่อนผ่านจังหวัดอุบลราชธานี และอำนาจเจริญได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมบริเวณภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนกลางแล้ว และคาดว่าจะเคลื่อนไปปกคลุมภาคกลางตอนบน และภาคเหนือ ตามลำดับต่อไป ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณจังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม กาฬสินธุ์ ขอนแก่น มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ชัยภูมิ บุรีรัมย์ นครราชสีมา นครสวรรค์ สระบุรี ลพบุรี ชัยนาท อุทัยธานี เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์ ปราจีนบุรี ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด มีฝนตกเป็นบริเวณกว้างและมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระมัดระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมากและฝนที่ตกสะสมไว้ด้วย ส่วนบริเวณจังหวัดมุกดาหาร ยโสธร ศรีสะเกษ สุรินทร์อำนาจเจริญ อุบลราชธานี จะมีฝนลดลง
            ข้อมูลภาพเรดาร์: จากกรมฝนหลวงและการบินเกษตร วันที่ 13 กันยายน 2559 เวลา 22:00-24:00 น.
ผลจากหย่อมความกดอากาศต่ำ เคลื่อนตัวผ่านเข้ามาภาคเหนือและภาคกลางตอนบน ทำให้มีฝนตกปานกลาง-หนัก ในหลายพื้นที่ของภาคเหนือ จังหวัดแพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย พิษณุโลก กำแพงเพชร พิจิตร เพชรบูรณ์ และภาคกลาง จังหวัด  นครสวรรค์ ลพบุรี สระบุรี อยุธยา อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง สุพรรณบุรี กาญจนบุรี



read more...

วันเสาร์ที่ 27 สิงหาคม พ.ศ. 2559

กรมอุตุฯ เตือนระวังน้ำป่าไหลหลากต่อเนื่อง เหนือยังอ่วม อิสาน กลางเฝ้าระวัง

Be the first to comment!
อธิบดี กรมอุตุนิยมวิทยา เตือนพื้นที่ภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน ฝนยังตกหนัก ระวังน้ำป่าไหลหลากหลายพื้นที่ ขณะที่ภาคใต้ฝั่งอันดามันคลื่นลมแรง ฝนตกหนัก โดยเฉพาะที่จังหวัดพังงา ภูเก็ต กระบี่ เรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง ขณะที่กรุงเทพฯและปริมณฑล ระวังฝนตกหนักสัปดาห์หน้า
ภาพจาก : http://thaiflood.kapook.com/view155508.htmlhttp://img.kapook.com/u/2016/juthamat/mod5/par3.jpg
หลัง จากที่เมื่อเช้านี้ ได้มีน้ำป่าไหลเข้าท่วมพื้นที่บางส่วนของอำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ล่าสุด สถานการณ์ยังไม่คลี่คลาย เนื่องจากมีฝนตกหนัก และปริมาณน้ำยังหลากจากภูเขาลงสู่ที่ราบต่ำ  ซึ่ง จากการตรวจสอบสถานการณ์ล่าสุด จนถึงขณะนี้ ฝนยังตกหนักและไม่มีทีท่าว่าจะหยุดตก ทำให้น้ำป่ายังไหลหลากลงสู่พื้นที่ราบ มีผลกระทบขยายวงกว้างไปในหลายพื้นที่ ของหมู่ที่ 1,2,8 และ 10 ตำบลห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย โดยกระแสน้ำได้ซัดคอสะพานขาด ท่วมไร่ข้าวโพด ถนนหนทาง และบ้านเรือนประชาชน ระดับน้ำสูงเกือบ 1 เมตร ชาวบ้านที่อยู่พื้นที่เสี่ยง ต้องเก็บข้าวของขึ้นไว้บนที่สูง เพื่อป้องกันความเสียหาย เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำแม่พวก แม่น้ำห้วยลากปืน และน้ำห้วยเขาพลึง ยังล้นตลิ่ง ทำให้เจ้าหน้าที่กังวลว่าน้ำจะท่วมรางรถไฟสายเหนือ บริเวณสถานีห้วยไร่ จึงต้องเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง เพราะถ้าหากน้ำท่วมรางรถไฟ อาจจะถึงขั้นต้องหยุดเดินรถไฟก็เป็นได้ 
ภาพจาก : http://media.krobkruakao.com/media/news/2016/08/news24180_855.jpg

"อุตรดิตถ์-แพร่" น้ำป่าทะลักเข้าท่วมหลายหมู่บ้าน

ฝน ตกหนักต่อเนื่อง ทำให้ น้ำป่า จากเทือกเขาพลึงและเทือกเขาน้ำรี ทะลักเข้าท่วมหลายหมู่บ้าน ในอำเภอเมือง จังหวัดอุตรดิตถ์ ระดับน้ำสูงกว่า 1 เมตร ประชาชนได้รับผลกระทบกว่า 170 หลังคาเรือน ถนนสายห้วยลึกถูกตัดขาด น้ำเกือบท่วมถึงรางรถไฟสายเหนือ สวนผลไม้เสียหายประมาณจำนวนมาก
ขณะ ที่สถานการณ์น้ำป่าบ้านห้วยไร่ อำเภอเด่นชัย จังหวัดแพร่ ฝนหยุดตกแล้ว ปริมาณน้ำป่าลดลงเป็นลำดับ ผู้ว่าฯ ยังสั่งให้เฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง แจ้งเตือนประชาชนบริเวณลุ่มน้ำรับมือน้ำท่วม ส่วนที่สถานีรถไฟห้วยไร่ ยังคงเปิดเส้นทางเดินรถเป็นปกติ
ลำปางฝนหนักมาก! เกิดน้ำป่าไหลหลากท่วม ชาวบ้านขนของหนีกันวุ่น
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 27 ส.ค. เกิดฝนตกหนักต่อติดกันหลายวันในจ.ลำปาง ทำให้เกิดน้ำป่าไหลลงสู่ลำห้วยแม่แสด จนเกิดล้นฝั่งเข้าท่วมหมู่บ้านปงถ้ำ ม.3 และม.7 ต.วังทอง อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ชาวบ้านต่างพากันขนของไว้ในที่สูงและขนกระสอบทรายปิดหน้าบ้านของตนเอง เพื่อไม่ให้น้ำทะลักเข้าบ้าน
 

ขอบคุณ : ครอบครัวข่าว3




read more...

วันเสาร์ที่ 20 สิงหาคม พ.ศ. 2559

เฝ้าระวัง 10 จังหวัดภาคเหนือ อันตรายน้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม

Be the first to comment!
เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 20 ส.ค. นายวันชัย ศักดิ์อุดมไชย อธิบดีกรมอุตุนิยมวิทยา ได้ออกประกาศเรื่อง "พายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน และคลื่นลมแรง" ฉบับที่ 12 โดยระบุว่า พายุดีเปรสชั่น“เตี้ยนหมู่” ได้อ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงปกคลุมประเทศลาวตอนบนและภาคเหนือ ลักษณะเช่นนี้จะส่งผลให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งในภาคเหนือบริเวณจังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน แพร่ ลำพูน ลำปาง อุตรดิตถ์และตาก ขอให้ประชาชนบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก เนื่องจากฝนที่ตกหนักและฝนตกสะสมไว้ด้วย
สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ภาคใต้ และอ่าวไทย ลักษณะเช่นนี้ทำให้คลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนยังคงมีกำลังแรงโดยมีคลื่นสูง 2-4 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กที่มีขนาดต่ำกว่า 3 วา ควรงดออกจากฝั่งจนถึงวันที่ 21 ส.ค.59 นี้ไว้ด้วย
ล่าสุดเจ้าหน้าที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย อ.วังเหนือ จ.ลำปาง ได้แจ้งประชาชนใน อ.วังเหนือ และพื้นที่โดยรอบ ให้เฝ้าระวังน้ำป่าไหลหลากและน้ำล้นตลิ่งเรียบร้อยแล้ว
ด้าน ผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตรนางฉัตรพร ราษฎร์ดุษดี ได้ลงพื้นที่ติดตามปริมาณน้ำในลุ่มแม่น้ำยม หลังจากฝนได้ตกลงมาอย่างต่อเนื่องและมีน้ำเหนือหลากเข้ามาสมทบ พร้อมสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งวางแผนผันน้ำลงลำคลองและแก้มลิงต่างๆ เพื่อลดผลกระทบและความเสียหายจากอุทกภัย

สมาคมกู้ภัยวังเหนือ จ.ลำปาง เผยแพร่ภาพและคลิปขณะที่สะพานข้ามแม่น้ำวัง ม.7 ต.วังซ้ายขาด‬ หลังจากที่เขตอำเภอวังเหนือจังหวัดลำปางมีฝนตกหนักตลอดทั้งคืน
read more...

วันเสาร์ที่ 9 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

พายุฝนถล่มจีนตอนใต้ วิกฤตหนักสุดในรอบ 17 ปี ยอดเสียชีวิตพุ่งเกือบ 200 คน

Be the first to comment!
ประเทศจีนตอนใต้ มีฝนตกหนักตลอดในช่วงสัปดาห์แรกของเดือนกรกฎาคม 2559 ที่ผ่านมาและมีพายุไต้ฝุ่นเนพาร์ตัก ถล่มซ้ำเข้ามาอีกระลอก ทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน ดินสไลด์ ในเมืองปู่เตียน มณฑลฝูเจี้ยน ทางตอนใต้ของจีน บ้านเรือนหลายหลัง ถูกกระแสน้ำพังถล่ม ขณะที่ ทั้งเมืองจมอยู่ใต้กระแสน้ำถนนหลายสายมีน้ำไหลเชี่ยวกราก เจ้าหน้าที่กู้ภัยต้องระดมกำลังออกไปช่วยเหลือประชาชน และต้องทำการอพยพประชาชนกว่า 2 ล้านคนให้ไปอยู่ในพื่นที่ปลอดภัย

           ก่อนหน้านี้พายุไต้ฝุ่นเนพาร์ตัก ซึ่งมีกำลังแรงลมราว 234 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ได้พัดถล่มเมืองเวินโจว มณฑลเจ้อเจียงชายฝั่งทางตะวันออก ส่งผลให้เที่ยวบิน และการเดินรถไฟในพื้นที่ถูกยกเลิกทั้งหมด เบื้องต้นทางการจีนสั่งอพยพประชาชนกว่า 3 หมื่น 7 พันคนแล้ว
           สะพานในเมืองหมินชิง มณฑลฝูเจี้ยน พังถล่มจากแรงน้ำที่ทวีความแรงเพราะการขึ้นฝั่งของพายุโซนร้อนเนพาร์ตัก
           สภาพมณฑลฝูเจี้ยนที่ต้องผจญน้ำท่วมจากฝนหนักเพราะการขึ้นฝั่งของพายุโซนร้อนเนพาร์ตัก
วันที่ 8 กรกฎาคม 2559  ไต้ฝุ่นระดับ 4 เนพาร์ตัก อ่อนกำลังลงเหลือเป็นไต้ฝุ่นระดับ 2 แนวโน้มอ่อนกำลังลงเรื่อยๆ



ความเสียหายในเทศมณฑลไถตงของไต้หวันจากไต้ฝุ่นระดับ 4 เนพาร์ตัก via James Reynolds

read more...

วันเสาร์ที่ 2 กรกฎาคม พ.ศ. 2559

ฝนหนัก 2 วันติด “น่าน” เฝ้าระวัง 399 หมู่บ้านเสี่ยง (ชมคลิป)

Be the first to comment!
 วันนี้ (3 ก.ค.) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ชาวบ้านสบหนอง ต.ตาลชุม อ.ท่าวังผา จ.น่าน ต่างต้องเร่งมือเก็บข้าวโพดที่แก่แล้วท่ามกลางสายฝนที่ตกหนัก เพื่อหนีน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก หลังมีฝนตกหนักติดต่อกันมาเป็นวันที่ 2 จนระดับน้ำในแม่น้ำน่าน และลำน้ำสาขาต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
     
       หนึ่งในชาวบ้านเจ้าของไร่ข้าวโพดบ้านสบหนอง บอกว่า พื้นที่ปลูกข้าวโพดของชาวบ้านสบหนอง กว่า 500 ไร่ อยู่ในที่ราบลุ่มต่ำ ริมน้ำ ซึ่งหากมีฝนตกหนักติดต่อกันลักษณะนี้น้ำในแม่น้ำอาจล้นทะลัก หรือเกิดน้ำป่าไหลหลากเข้าท่วมไร่ข้าวโพด สร้างความเสียหายแก่พืชผลทางการเกษตรที่ปลูกไว้ได้ จึงจำเป็นต้องเร่งเก็บข้าวโพดที่แก่แล้วเพื่อลดความเสียหายหากเกิดน้ำท่วม ฉับพลัน หรือน้ำป่าไหลหลาก
     
       ขณะที่เจ้าหน้าที่ฝ่ายป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มิสเตอร์เตือนภัยหลายพื้นที่ของจังหวัดน่าน ต่างต้องเฝ้าระวังสถานการณ์น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะหมู่บ้านเสี่ยงภัย จำนวน 399 หมู่บ้าน แบ่งเป็นหมู่บ้านที่เสี่ยงดินโคลนถล่ม จำนวน 202 หมู่บ้าน น้ำป่าไหลหลาก 140 หมู่บ้าน และน้ำท่วมขัง 57 หมู่บ้าน เพื่อที่ว่าหากเกิดเหตุการณ์จะสามารถออกช่วยเหลือได้ทันที 

ฝนหนัก 2 วันติด “น่าน” เฝ้าระวัง 399 หมู่บ้านเสี่ยง (ชมคลิป) 

ฝนหนัก 2 วันติด “น่าน” เฝ้าระวัง 399 หมู่บ้านเสี่ยง (ชมคลิป) 

อ่านต่อได้ที่ Manager.co.th
read more...

วันศุกร์ที่ 13 พฤษภาคม พ.ศ. 2559

ปรากฎการณ์“ลา นีญ่า”เกิดเร็วเริ่มมิถุนายน 2016 ไทยเตรียมรับฝนตกได้จะช่วยลดความแห้งแล้ง

Be the first to comment!
ปรากฎการณ์“ลา นีญ่า”เกิดเร็วเริ่มมิถุนายน 2016 ไทยเตรียมรับฝนตกได้จะช่วยลดความแห้งแล้ง
ภาพปรากฎการณ์ลา นีญ่า เริ่มเปลี่ยนอุณหภูมิของพื้นผิวมหาสมุทร ภาพนี้เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2016 (Image: NOAA)
Last updated: 13 May 2016 | 09:12
ศูนย์พยากรณ์อากาศระบุปรากฎการณ์ลา นีญ่ามาเร็วเริ่มมิถุนายนปีนี้จะทำให้อุณหภูมิของของน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตเส้นศูนย์สูตรลดลง เกิดภาวะฝนตกแก้ปัญหาภัยแล้งโดยเฉพาะในเอเชียอาคเนย์โดยรวม
นายแอนดรูว์ ฟรีดแมน นักเขียนแห่งยาฮู้ นิวส์รายงานเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2559 ว่าการเปลี่ยนแปลงของบรรยากาศแกว่งอย่างรวดเร็วจากปรากฎการณ์เอล นีโญ่ไปเป็นลา นีญ่า (Climate pendulum is swinging rapidly from El Niño to La Niña) โดยเริ่มว่า ให้บอกลาเอล นีโญ่ และสวัสดีกับลา นีญ่า ได้ทันที ซึ่งน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตเมืองร้อน (Tropical Pacific Ocean)ได้เย็นลงอย่างรวดเร็วหลังจากอุณหภูมิของน้ำในบริเวณนี้สูงขึ้นในช่วงปี 2015-2016   
เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคมศูนย์พยากรณ์อากาศสหรัฐ (Climate Prediction Center =CPC) ได้ออกคำแถลงเรื่องการจับตาลา นีญ่า (La Niña watch)ระบุว่าปรากฎการณ์ลา นีญ่าจะเกิดขึ้นถึง 75 % ในมหาสุมทรแปซิฟิกเขตร้อนการเกิดจะอยู่ระหว่างเดือนกันยายนถึงพฤศจิกายน 2016 
ปรากฎการณ์ ลา นีญ่าจะทำให้อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกลดลง 0.5 องศาเซลเซียส (0.9 องศาฟาห์เรนไฮท์)จากอุณหภูมิระดับปกติ หรือกล่าวโดยสรุปน้ำในมหาสมุทรของโลกจะมีอุณหภูมิลดลง ตรงกันข้ามกับปรากฎการณ์เอล นีโญ่ ที่ทำให้อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรสูงขึ้น เกิดภาวะแห้งแล้ง
กราฟแสดงอุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนสูงสุดเมื่อเดือนพฤศจิกายน 2015 และเริ่มลดระดับเดือนมีนาคม 2016 (Image : CPC )
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
เอมิลี เบคเคอร์ นักวิทยาศาสตร์จากศูนย์พยากรณ์อากาศ (CPC) ในรัฐแมรี่แลนด์ สหรัฐฯเขียนไว้ในบล้อคว่า เป็นไปได้ที่การเปลี่ยนแปลงจากเอล นีโญ่ไปสู่ลา นีญ่า เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยจะเกิดขึ้นในฤดูร้อนนี้ สำหรับฤดูร้อนของสหรัฐเริ่มวันที่ 21 มิถุนายน 2016 และสิ้นสุด 3 เดือน โดยสหรัฐมี 4 ฤดู ฤดูร้อนเป็นช่วงปิดภาคเรียนของนักเรียนนักศึกษา
ปรากฎการณ์ลา นีญ่า มีอิทธิพลต่ออากาศของโลก หากเกิดขึ้นรวดเร็วจะส่งผลกระทบต่อพายุเฮอร์ริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติก ขณะเดียวกันก็จะเข้าไปกดดันปรากฎการณ์เกิดพายุในมหาสมุทรแปซิฟิกฤดูร้อน
พร้อมกันนี้ศูนย์พยากรณ์อากาศสหรัฐร่วมกับสถาบันค้นคว้าบรรยากาศและสังคมนานาชาติแห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย(Columbia University's International Research Institute for Climate and Society =IRI) กำหนดปรากฎการณ์ลา นีญ่าว่าจะทำให้เกิดพายุเฮอร์ริเคนในมหาสมุทรแอตแลนติก 65 % ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน    
ภาพแสดงอุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกเขตร้อนเริ่มเปลี่ยนตั้งแต่มีนาคมถึงพฤษภาคม 2016 (Image : CPC )
--------------------------------------------------------------------------------------------------------
ลา นีญ่า ยังจะทำให้เกิดพายุทอร์เนโด้ทางตอนใต้ของสหรัฐ  ทั้งนี้มีการศึกษาสถิติปี 2011 พบงว่าเกิดปรากฎการณ์ลา นีญ่า แบบปกติยังทำให้มีผู้เสียชีวิตจากพายุทอร์เนโด้ถึง 553 คนกระจายตามรัฐทางใต้ตอนกลางของสหรัฐ (south central states) อีกด้วย
สำนักบริหารแห่งชาติด้านมหาสมุทรและบรรยากาศ (the National Oceanic and Atmospheric Administration=NOAA)ระบุว่าปรากฎการณ์เอล นีโญ่ ทำให้อุณหภูมิร้อนของโลกเกิดติดต่อกัน 11 เดือนและเริ่มอ่อนตัวลงเมื่อเดือนมีนาคม 2016 จากนั้นเมื่อเกิดปรากฎการณ์ลา นีญ่า จะทำให้อุณหภูมิของน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกลดลง
จากเครื่องคอมพิวเตอร์ตรวจจับปรากฎการณ์พบว่า เอล นีโญ่จะสิ้นสุดช่วงเริ่มต้นฤดูร้อนปีนี้  อุณหภูมิพื้นผิวของน้ำในมหาสมุทรแปซิฟิกจะลดลงรวดเร็วหรือลด 0.5 องศาเซลเซียสจากปกติ ขณะนี้มหาสมุทรแปซิฟิกเขตฤดูร้อนอุณหภูมิเข้าสู่ภาวะปกติและบางแห่งก็ลดต่ำกว่าปกติทางตะวันออกของแปซิฟิกเบคเคอร์เขียนไว้
เครื่องคอมพิวเตอร์ตรวจจับยังพบว่าน้ำด้านใต้ผิวพื้นของมหาสมุทรแปซิฟิกเริ่มเย็นลงกว่าปกติ น้ำเย็นจำนวนมากเริ่มไหลเข้าสู่แปซิฟิกโดยเฉพาะในเขตเส้นศูนย์สูตร โดยมีความลึกลงไป 500 ฟุต เบคเคอร์กล่าว
นับตั้งแต่ปี 1950 เป็นต้นมาได้เกิดปรากฎการณ์ลา นีญ่า 14 ครั้งขณะที่เกิดปรากฎการณ์เอล นีโญ่ 23 ครั้ง
เมื่อปรากฎการณ์เอล นิโญ่ สิ้นสุดลงสภาพของภูมิอากาศก็เข้าสู่ปกติทุกอย่างเป็นไปตามฤดูกาลของแต่ละภูมิภาคขอิงโลก  ประเทศไทยก็จะได้รับฝนตามปกติเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนของปี 2016
หากเกิดปรากฎการณ์ลา นิญ่า ตามที่มีการคาดการณ์จะเกิดประมาณเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2016 ประเทศไทยและประเทศต่างๆจะได้รับฝนมากกว่าปกติจะช่วยลดความแห้งแล้งที่ประเทศไทยประสบติดต่อกันมายาวนาน
ปรากฎการณ์ ลา นีญ่า จะทำให้ภาคใต้ของสหรัฐอเมริกาและภาคเหนือของประเทศเม็กซิโกเกิดภาวะแห้งแล้งและอากาศอบอุ่น,ประเทศเปรู-โคลอมเบียและเอกวาดอร์อากาศแห้งแล้งและเย็น, ประเทศบราซิลเกิดภาวะฝนตก,ต่อมาทางตอนใต้ของจีน,ไทย,อินโดนีเซีย,มาเลเซีย,เวียดนามและออสเตรเลียเกิดภาวะฝนตกเปียก(Wet) ทำให้มีน้ำมาก
---------------------------------------------------------------------------------------------------------
การเฝ้าระวังปรากฎการณ์เอลนีโญ-ลานีญา ลงวันที่ 19 เม.ย.2559
ที่มา : www.thaitribune.org
read more...
 
Distributed By Free Blogger Templates | Template Design by BTDesigner • Powered by Blogger
back to top